การทำอิ๊กซี่

ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) เกิดขึ้นได้จากปัญหาของทั้งเพศชายและเพศหญิง ปัญหาที่เกิดในเพศหญิงถือเป็นสาเหตุร้อยละ 70 ของการมีบุตรยาก ที่เหลืออีกร้อยละ 30 เป็นสาเหตุจากเพศชาย การตรวจหาความผิดปกติในเพศชายจำเป็นต้องวิเคราะห์น้ำอสุจิ จึงก็จะทราบถึงความผิดปกติได้ ในเพศหญิงสาเหตุส่วนใหญ่ของการมีบุตรยาก เกิดจากปัจจัยของท่อนำไข่ผิดปกติตีบตัน คดงอ รองลงมาเกิดจากปัจจัยภายนอกของโพรงมดลูก เช่น อาจจะมีเนื้องอกหรือความสมบูรณ์ไม่พอเพียงของเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก และปัจจัยจากรังไข่ซึ่งเป็นแหล่งสร้างไข่เพื่อมาปฏิสนธิกับตัวอสุจิ
การทำอิ๊กซี่ ( ICSI) เป็นการรักษาภาวะมีบุตรยากที่มีสาเหตุเกิดจากฝ่ายชาย โดยเป็นการช่วยปฏิสนธิด้วยวิธีการนำอสุจิเพียง 1 ตัว เจาะใส่เข้าไปในไข่ของฝ่ายหญิง จากนั้นจะนำไข่ที่ได้ไปเพาะเลี้ยงต่อในห้องปฏิบัติการเช่นเดียวกับวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว ให้มีการเจริญเติบโต แบ่งเซลล์ จนถึงระยะที่สามารถจะนำกลับเข้าสู่โพรงมดลูก

ICSI ย่อมาจาก Intracytoplasmic Sperm Injection แปลตรงๆ ว่าการฉีดสเปิร์มเข้าไปในซัยโตพลาสซีมของไข่ เป็นเทคนิคที่พัฒนาเข้ามาแทนที่ "พีซีดี" partial zona dissection (PZD) และ " ซูซี่" subzonal insertion (SUZI) ปัญหามีบุตรยากที่มีสาเหตุจากฝ่ายชายอาจเป็นผลมากจากตัวอสุจิมีน้อยผิดปกติ บางคนถึงขนาดไม่มีตัวอสุจิเลย บางคนอสุจิเคลื่อนที่ผิดปกติไม่สามารถว่ายเข้าไปผสมกับไข่ได้ ตัวอสุจิที่มีรูปร่างผิดปกติไม่สมประกอบก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีบุตรยาก นอกจากนี้ภาวะการอุดกั้นท่ออสุจิไม่ว่าจะเป็นจากสาเหตุใดก็เป็นสาเหตุที่สำคัญ รวมทั้งผู้ที่ได้รับการรักษาโดยการฉายแสงหรือเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคระบบประสาทบางชนิด ทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้ในการเลือดใช้การทำอิ๊กซี่เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
หลังจากกระตุ้นให้ไข่ตก แพทย์จะทำการเก็บและคัดเลือกตัวอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียว ถ้าไม่สามารถกระทำได้ อาจใช้หัตถการเพื่อเจาะดูดตัวอสุจิบางอย่างเข้าช่วย เช่น MESA หรือ TESA จากนั้นจึงนำไปทำการผสมกับไข่ในห้องปฎิบัติการภายใต้เทคนิคที่เรียกว่า micromanipulation เมื่อการปฎิสนธิเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว ถึงจะนำกลับไปฉีดเข้าโพรงมดลูกเป็นอันดับสุดท้าย
โดยเฉลี่ยแล้วอัตราความสำเร็จในการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ จะตกราว 30 % ต่อการเก็บไข่แต่ละครั้ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของผู้มารับบริการด้วย ในคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปีจะน้อยกว่านี้ และในคนที่อายุเกิน 40 ปี อัตราความสำเร็จน้อยกว่า 20 % สำหรับผู้ที่ไม่ตั้งครรภ์จากการรักษาครั้งแรก ถ้ามาทำซ้ำก็จะมีอัตราการตั้งครรภ์ เช่นครั้งแรก ดังนั้นถ้ามารับการรักษาจำนวนหลายครั้งก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์สะสมได้สูงขึ้น เช่น 60-70% ถ้ารับการรักษา 4 รอบ
ภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ กลุ่มแรกเกิดจากผลข้างเคียงของยา และจากภาวะที่รังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป กลุ่มที่สองเป็นผลข้างเคียงจากการทำหัตถการ เช่น การดมยาสลบ การเก็บไข่ การใส่ตัวอ่อนกลับเข้าโพรงมดลูก และ สุดท้ายเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ เช่น ตั้งครรภ์แฝดท้องนอกมดลูก ทารกที่คลอดจากกรรมวิธีช่วยการเจริญพันธุ์ไม่พบว่ามีอัตราเสี่ยงที่จะมีความพิการ หรือความผิดปกติสูงกว่าทารกที่คลอดโดยวิธีธรรมชาติ
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
|